เหยื่อป้าหัวร้อน แจ้งพยายามฆ่า เบนซ์เผยนาทีป้าชนลาก รปภ. หญิงนั่งข้างหาย เปิดคลิปให้ดูไม่ได้

ป้าหัวร้อน เจอข้อหาพยายาม ฆ่า พ่อแม่รปภ.รุดให้ปากคำพร้อมแจ้งสภ. ภูพิงคราชนิเวศน์ ดำเนินคดีพยายามฆ่า เพราะสิ่งที่ทำกับลูกชายร้ายแรงและโหดเหี้ยมมาก ขณะที่เจ้าของรถเบนซ์ลูกชายเจ้าของบริษัทผลิตเเละจำหน่ายเทปใสหรือสก็อตเทปติดกล่องรายใหญ่เเห่งหนึ่งที่ถูกชนเข้าให้ปากคำ พร้อมเล่านาทีชนรปภ.แล้วลากไปกับพื้น ป้าคนขับดูเคร่งเครียดมาก ด้านตร.แจงเปิดคลิปเหตุการณ์ให้ดูไม่ได้ เพราะอาจทำท่าอากาศยานเสียชื่อ

จากกรณี”ป้าหัวร้อน” หรือน.ส.ภัทรา บุญเฉลียว อายุ 69 ปี ขับรถกระบะชน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายใน ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ส.ค. สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ นายพิกุล ชัยวงศ์ และนางสังวาลย์ ชัยวงศ์ พ่อและแม่ของนายวัชระ ชัยวงศ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากถูกน.ส.ภัทรา บุญเฉลียว อายุ 69 ปี ขับรถกระบะพุ่งชน เมื่อวันที่ 20 ส.ค. เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ พร้อมจะแจ้งความ ดำเนินคดีน.ส.ภัทราผู้ก่อเหตุในข้อหา พยายามฆ่า

นายพิกุลและนางสังวาลย์กล่าวว่า ขณะนี้อาการบาดเจ็บของลูกชายยังคงสาหัส ทั้งหัวไหล่หัก และอีกหลายจุดทั่วร่างกาย ยังขยับตัวแทบไม่ได้ ต้องนอนพักรักษาตัวแล้วมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่การเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ต้องการที่จะ แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากเห็นว่าสิ่งที่กระทำกับลูกนั้นมีความร้ายแรงและโหดเหี้ยมมาก

พ.ต.ท.ธงชัย บัวเงิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า เป็นสิทธิของฝ่ายผู้เสียหายที่สามารถแจ้งความได้ เบื้องต้นรับแจ้งความไว้ จากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

ต่อมาเวลา 11.00 น. นายภวิศ จิตวโรภาสกูล อายุ 27 ปี ลูกชายเจ้าของบริษัทผลิตเเละจำหน่ายเทปใสหรือสก็อตเทปติดกล่องแห่งหนึ่ง เจ้าของรถเบนซ์ที่ถูกรถของน.ส.ภัทราเฉี่ยวชน เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ โดยนายภวิศให้สัมภาษณ์ว่า “ช่วงเกิดเหตุนั้นรถจะติด ผมขับมาเรื่อยๆ เห็นป้าเขาชนพี่รปภ.ที่ยืนอยู่ข้างรถผม และรถคุณป้าก็มาชนรถผมและเบียดออกไปเลย แล้วลากพี่ รปภ.ไปเหมือนกับว่าพี่เขาอยู่ด้านล่างรถของคุณป้า และมาเห็นพี่ รปภ.อีกที ตอนที่เขานอนอยู่อีกจุดหนึ่ง ตกใจช็อกมาก”

นายภวิศกล่าวอีกว่า รถของตนนั้นพี่ชายซื้อไว้ใช้กันที่เชียงใหม่ ราคา 7-8 ล้านบาท สำหรับค่าเสียหายทางบริษัทประเมินอยู่ที่ประมาณ 200,000 กว่าบาท ตอนที่เห็นคุณป้าขับรถชนพี่รปภ.และเหยียบคันเร่งส่งอีกหลายครั้ง ขณะที่พี่รปภ.อยู่ด้านล่าง หน้าตาของคุณป้าเคร่งเครียดมาก เพราะคุณป้าเปิดกระจก หลังเกิดเหตุคุณป้าลงรถมา หน้าตาสีหน้าเปลี่ยนทันที เรียบเฉย ผิดกับตอนอยู่บนรถ และมีผู้หญิงอีกคนมากับคุณป้าด้วย พอเกิดเหตุก็ลงจากรถและหายไปเลย

พ.ต.ท.เอนก ไชยวงค์ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เปิดเผยว่า ตอนนี้ทางท่าอากาศยานฯ ได้ส่งคลิปภาพวงจรปิดมาให้พนักงานสอบสวนแล้ว อยู่ที่ตนและทางการท่าอากาศยานฯได้กำชับมาว่า อย่าให้คลิปภาพวงจรปิดถูกเผยแพร่ออกไปอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ของสนามบินนานาชาติเชียงใหม่เสียหาย เสียชื่อต่อชาวโลก และทางผู้บังคับบัญชาของตำรวจ ก็กำชับมาเรื่องภาพวงจรปิดห้ามเผยแพร่ออกไป เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องภาพลักษณ์ของสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ทางพนักงานสอบสวนจึงไม่สามารถให้คลิปภาพกับสื่อได้ ในส่วนของคดีก็ดำเนินกันไป ส่วนเรื่องค่า เสียหายก็ว่ากันไปคนละส่วน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *