สุดโหด!ล่าโจรไอ้โม่ง ปล้นร้านของชำ ยายฮึดสู้ถูกกระหน่ำแทง เย็บกว่า 108 เข็ม

สุดโหด!โจรไอ้โม่งบุกปล้นร้านขายของชำ ยายเจ้าของบ้านลุกมาดูเจอคนร้ายฮึดสู้โดนแทงได้รับบาดเจ็บทั้งใบหน้า ลำตัว แขน ต้องเย็บกว่า 108 เข็ม ได้เงินไปเพียง 1 พันบาท ตร.รู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว คาดเป็นคนในพื้นที่เพราะรู้ว่ามียายกับหลานอยู่แค่ 2 คน 

จากกรณีคนร้ายบุกชิงทรัพย์ ร้านขายของชำ เลขที่ 460 หมู่ 2 ต.หนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์ เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ปุณธพัฒน์ คุณอาสาศิริสกุล สว.(สอบสวน) สภ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี รับแจ้ง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ยิ่งยส เขินอำนวย ผกก.สภ.ดอนเจดีย์ ที่ร้านค้าพบเพียงรอยเลือดหลายจุด ข้าวของถูกรื้อค้นกระจายเกลื่อน ส่วนเจ้าของร้านคือนางสมหมาย ล้อมวงษ์ อายุ 55 ปี ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ ทั้งใบหน้า แก้ม หน้าผาก ลำตัว แขนขวา มีนายพัฒนา วีระวงษ์ อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน 8 ต.หนองสาหร่าย และเพื่อนบ้านช่วยกันนำคนเจ็บส่ง รพ.ดอนเจดีย์ ซึ่งแพทย์ต้องเย็บถึง 108 เข็ม

ปล้นร้านของชำ / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามหลานสาววัย 13 ปี ของผู้เสียหาย กล่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ขณะกำลังนอนอยู่ในห้องกับ นางสมหมายผู้เป็นยายได้ยินเสียงเหมือนคนเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน จึงปลุกยาย แต่ยายบอกว่าละเมอไปหรือเปล่า จากนั้นยายลุกไปเข้าห้องน้ำ จึงเปิดไฟจากเครื่องโทรศัพท์มือถือให้ยาย เพื่อให้ยายถือส่องทางไปเข้าห้องน้ำ

จากนั้นได้ยินเสียงยายร้องเอะอะโววายเหมือนถูกทำร้าย พร้อมยังตะโกนบอกไม่ให้ตนออกมาจากห้องนอน และให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ บอกเพื่อนบ้านให้มาช่วย เนื่องจากมีคนร้ายบุกเข้ามา หลังจากตั้งสติจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ และบอกเพื่อนบ้านว่ามีคนร้ายเข้าบ้าน หลังจากนั้นยังตะโกนบอกยายว่าโทรศัพท์แจ้งตำรวจและเพื่อนบ้านแล้ว คาดว่าคนร้ายคงตกใจกลัวตำรวจจึงหลบหนีไป

ด้านนางชุติมา ล้อมวงษ์ ลูกสาวยาย กล่าวว่า ตนไปทำงานที่โรงงานสายรัดพลาสติก และสายรัดกล่องแห่งหนึ่ง ทีอยู่ต่างจังหวัด ให้แม่อยู่กับลูกสาวเพียงลำพัง เมื่อประมาณ 13 ปีที่แล้ว แม่ของตนก็เคยถูกคนร้ายมาชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายจนทำให้ตาข้างขวาบอด และมาตอนนี้อีก คนร้ายหวังทำร้ายให้ถึงแก่ความตาย ตนจึงคิดว่าจะเลิกทำงานและหันมาขายของอยู่กับครอบครัวเพียงอย่างเดียว เพราะกลัวจะเกิดอันตรายกับครอบครัวขึ้นอีก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นคนร้ายได้เงินสดไปประมาณ 1,000 บาท พร้อมกับบัตรเติมเงินจำนวนหนึ่ง ก่อนหลบหนีไป ทิ้งไว้เพียงรองเท้าแตะสีน้ำเงินของคนร้ายอยู่ที่หลังบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และตรวจสอบพบว่า คนร้ายปีนขึ้นโอ่งหลังร้าน และงัดกระเบื้องเปิดหลังคาห้องน้ำเข้ามาในร้าน เพื่อมาเอาทรัพย์สินภายในร้าน

เป็นจังหวะเดียวกับที่นางสมหมายเจ้าของร้าน เข้าห้องน้ำมาพบกับคนร้ายพอดี นางสมหมาย จึงถูกคนร้ายใช้ของมีคมกระหน่ำแทงหลายสิบแผล ซึ่งขณะนั้นนางสมหมายก็ต่อสู้กับคนร้าย โดยคนร้ายบีบคอยาย นางสมหมายจึงกัดไปที่นิ้วมือ พร้อมตะโกนบอกหลานสาวที่อยู่ในห้องให้ล็อคห้องให้ดี และให้รีบโทรศัพท์แจ้งเพื่อนบ้านให้รีบมาช่วยเหลือ โดยคนร้ายสวมหมวกไอ้โม่ง ลักษณะผอม สูง ขณะต่อสู้กับคนร้ายได้ยินเสียงคนร้ายบอกว่า “จะเอาให้ตายเลย”

ด้าน พ.ต.อ.ยิ่งยส เขินอำนวย ผกก.สภ.ดอนเจดีย์ สั่งการให้ทีมสืบสวนเร่งสืบสวนเพื่อติดตามคนร้าย ส่วนในพื้นที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด เนื่องจากเป็นร้านขายของชำในหมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม สั่งการให้ชุดสืบสวนสภ.ดอนเจดีย์ ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี กว่า 50 นาย ลงพื้นที่ พร้อมให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาลายนิ้วมือแผง และเป็นรองเท้าของผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลัก ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่และรู้ว่ายายอยู่กับหลานสาววัย 13 ปี เพียง 2 คน คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ในเร็วๆ ส่วนผู้ต้องสงสัยเรียกตัวผู้ที่เคยมีคดีในลักษณะนี้และเคยติดคุกมาสอบส่วน 4 ปาก แต่ยังไม่พบพิรุธแต่อย่างใด

ต่อมา พ.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี โดยพ.ต.ต.คมศักดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่คดีชิงทรัพย์เพียงอย่างเดียว คนร้ายเมื่อเจอกับเจ้าทรัพย์จึงใช้อาวุธที่พกติดตัวมา ที่เป็นของแหลมมีคมคล้ายมีด ทำร้ายร่างกายคุณยายและกระหน่ำแทงหลายแผล รวมทั้งบีบคอจนยายได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส่วนคนร้ายที่เข้ามาคาดว่าน่าจะเข้ามาเพื่อการชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ เพราะว่ารถจักรยานยนต์หันหัวพร้อมที่จะขับรถออกจากบ้านแล้ว เหลือแค่เปิดประตูที่มีแค่ไขควงเสียบไว้ที่ประตูเท่านั้น แล้วขี่รถออกไป แต่คุณยายเดินออกมาจากห้องนอน เพื่อมาเข้าห้องน้ำเสียก่อน จึงทำให้มีการต่อสู้กันจนผู้ต้องหาวิ่งหลบหนีแล้วปีนหนีออกไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่กว่า 50 นาย เริ่มรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานก่อน ไม่ช้าจะจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้แน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *