ฟังแล้วจุก! ปู่ย่าพา 2 หลานสาวกำพร้า เก็บมะม่วงกิน โควิดทำหมดตัว ชวดเงินเยียวยา

โควิด วันที่ 22 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลกระทบจากโรคโควิด 19 ที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นเหตุให้มีชาวบ้านอาชีพอิสระเดือดร้อนต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ตกงานและไม่ได้รับเงินเยียวยา ล่าสุดได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านบ้านหินลาด หมู่ 4 ต.หินลาด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ว่ามีครอบครัวลูกบ้านรวม 4 คน กำลังได้รับความเดือดร้อนหนัก ไม่มีข้าวกินเพราะตกงาน

จากการตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 202 หมู่ 4 ต.หินลาด เป็นบ้านขอ นายวินัย เทพไทย อายุ 57 ปี และนางบัวลา เทพไทย อายุ 57 ปี สองสามีภรรยา พร้อมกับหลานสาว 2 คน คือด.ญ.กิตติยา หรือน้ำ ไชยสงเคราะห์ อายุ 14 ปี และ ด.ญ.ปิยฉัตร หรือนุ่น ไชยสงเคราะห์ อายุ 13 ปี สองพี่น้อง

นางบัวลา เล่าว่า ตนกับสามีเลี้ยงน้องน้ำกับน้องนุ่น หลานสองคนมาตั้งแต่เล็กๆ เพราะพ่อแม่แยกทางกันหายสาบสูญไป ก่อนหน้านี้ชีวิตอยู่ได้เพราะมีอาชีพรับจ้างร้านจำหน่าย กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน และหาของเก่าขาย หลังจากมีโรคโควิดระบาด ร้านรับซื้อของเก่าหยุดรับซื้อ จึงหาของเก่าไม่ได้ เมื่อจะหางานรับจ้างทั่วไปก็ไม่มีคนจ้าง เพราะงานทุกอย่างหยุดทำการทั้งหมด เงินที่พอเหลือบ้างก็ร่อยหรอ จนหมดไป เนื่องจากไม่มีเงินเข้ามา

นางบัวลา กล่าวต่อว่า บ้านที่อยู่เป็นบ้านเช่า จ่ายค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท ตอนนี้ไม่ได้จ่ายแล้ว จนครอบครัวไม่มีเงินไปซื้ออาหารเลี้ยงหลาน 2 คน จึงตัดสินใจพาหลานไปหาเก็บมะม่วงป่าที่ร่วงพื้น หรือขอเก็บจากต้นมะม่วงของชาวบ้าน เอามากินแทนกับข้าว

ช่วงที่รัฐบาลบอกจะช่วยเหลือเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท ตนก็ให้หลานลงทะเบียนตามขั้นตอนอย่างดี แต่ปรากฏได้รับคำยืนยันกลับมาว่าเป็นเกษตรกร มารู้ภายหลังว่าใช้บ้านเลขที่ที่ตนเช่าอยู่ส่งไป ซึ่งในข้อมูลบ้านเลขที่นี้เจ้าของบ้านเช่าเป็นเกษตรกร กำลังให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลืออยู่ ตอนนี้ลำบากที่สุด เพราะไม่มีกระทั่งจะหาเงินไปซื้อผ้าอนามัยให้หลานทั้งสองคน

ขณะที่ด.ญ.น้ำ กับ ด.ญ.นุ่น บอกว่าตอนนี้ไม่รู้จะช่วยเหลือปู่กับย่าอย่างไร ทำได้เพียงช่วยดูแลบ้าน งานบ้านที่ทำได้ ส่วนมะม่วงที่ย่าหามาให้กินแทนกับข้าว น้องน้ำกับน้องนุ่น บอกว่ากินไปกินมาก็อร่อยดี แต่ก็รับได้ เพราะเราไม่มี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *