ปส. จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ รวบเครือข่ายยานรก “บังลาย” ยึดทรัพย์ร่วม 100 ล.

ปส. จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ รวบเครือข่ายยานรก "บังลาย" ยึดทรัพย์ร่วม 100 ล.

ปส. เปิดการปฏิบัติการ ปิดล้อมตรวจค้น ส่งสยบไพรี รวบเครือข่าย “บังลาย” ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้านบาท

วันที่ 26 ก.พ. 2564 พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัยเจริญวงศ์ รองผบช.ปส. พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบก.ปส.3 ตำรวจภูธรภาค 5 ​และชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี สนธิกำลังตำรวจ ภ.จว.เชียงราย และฝ่ายปกครอง กว่า 300 นาย

เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามแผนสยบไพรี 64/5 “ปฏิบัติการยึดทรัพย์โพยก๊วนบังลาย” จับกุมบุคคลที่ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดและบุคคลที่ดำเนินการฟอกเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดซึ่งถูกออกหมายจับแล้ว จำนวน 20 เป้าหมาย มีจุดตรวจค้น จำนวน 27 จุด จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 14 ราย โดยแบ่งเป็น 2 คดีสำคัญ

ตรวจยึดทรัพย์สินเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ​​​​มูลค่า 75 ล้านบาท รถยนต์ 10 ล้อ 1 คัน ​​​รถยนต์ 6 คัน​​​​​ ทองรูปพรรณ น้ำหนัก 5 บาท ​​​มูลค่า 150,000 บาท เครื่องออกกำลังกาย 50 ชุด ​​​​กระเป๋าแบรนเนม 4 ใบ​​​​ เงินสดประมาณ 1.42 ล้านบาท นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน ​​​​เงินสดในบัญชีธนาคาร 4 ล้านบาท สินค้าส่งออก​​​​​มูลค่า 10 ล้านบาท เครื่องจักรโรงงานส่งออก​​​​มูลค่า 1 ล้านบาท รวมทรัพย์ที่ยึดทั้งหมด 100,305,000 บาท

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า ​คดีที่ 1 สืบเนื่องจากวันที่ 5 ต.ค. 63 ตำรวจ ป.ส.3 จับกุมผู้ต้องหา 6 คน พร้อมของกลางยาเฮโรอีน 1,000 แท่ง น้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม ซุกซ่อนใน กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป จากการสอบสวนนายอนุวัฒน์ เถื่อนประดิษฐ์ ผู้ต้องหารับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของนายธวัชชัย อ้อมชมภู มีฉายาในวงการยาเสพติดว่า “บังลาย”

นายอนุวัฒน์ รับว่าตนทำหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับเงินค่ายาเสพติดให้กับบังลาย โดยลูกค้าที่ซื้อยาเสพติดจากบังลาย จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของตน ก่อนจะถอนเงินสดนำไปฝากเข้าบัญชีตามคำสั่งของบังลาย

เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินของกลุ่มเครือข่ายบังลาย ทราบว่าปัจจุบันพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยบังลาย ทำหน้าที่เป็นนายทุนติดต่อซื้อยาเสพติดจากกลุ่มผู้ผลิตในประเทศเมียนมา เมื่อซื้อยาเสพติดได้แล้วก็จะลำเลียงเข้าประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ แล้วส่งต่อให้กับทีมลำเลียงลงไปในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวต่อว่า ยาบ้าและไอซ์จะจำหน่ายภายในประเทศ ส่วนเฮโรอีนและไอซ์ที่มีจำนวนมากจะถูกส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับเงินค่ายาเสพติดจะใช้วิธีการให้บุคคลในเครือข่ายเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินค่ายาเสพติด แล้วโอนเงินเข้าบัญชีต่อกันเป็นทอด ๆ จนถึงบัญชีของบุคคลที่ทำหน้าที่ในการถอนเงินสดออกมา

แล้วรวบรวมเงินขนส่งข้ามชายแดนกลับไปสู่กลุ่มผู้ผลิตที่อยู่ในประเทศเมียนมา ซึ่งกลุ่มบัญชีที่ใช้ถอนเงินสดจะดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลที่ทำธุรกิจส่งออกสินค้าบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยบุคคลเหล่านี้จะนำเงินสดซุกซ่อนอำพรางไปกับสินค้าขนข้ามชายแดนไปให้กับเครือข่ายของบังลาย ที่อยู่ในประเทศเมียนมา

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวต่อว่า คดีที่ 2 “ขยายผลจับกุมผู้ค้ายาเสพติดเครือข่ายเฮโรอีนและไอซ์ข้ามชาติ” จับกุมนายทนง อ่ำแตง ผู้ต้องหาและพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางไอซ์ 500 ถุง น้ำหนัก 500 กิโลกรัม และเฮโรอีน 1,034 แท่ง น้ำหนัก 412 กิโลกรัม ในพื้นที่อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ยึดทรัพย์สินเป็นที่ดิน อาคารพาณิชย์ รถยนต์ รถจยย. และอาวุธปืน รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

โดยกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดจะลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก แล้วส่งต่อไปยังประเทศที่สาม โดยจะนำยาเสพติดมาซุกซ่อนในพื้นที่ใกล้เคียง โดยใส่ไว้ในรถกระบะตู้ทึบนำไปจอดไว้ในที่นัดหมายจากนั้นจะมีผู้มารับไป ส่วนการดำเนินการเรื่องเงินค่ายาเสพติดจะใช้วิธีการให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารต่างประเทศเพื่อเป็นการอำพรางปิดบังเงินที่ได้

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวต่อว่า กลุ่มผู้สั่งการอาศัยในประเทศเพื่อนบ้านมอบหมายให้นายทรงศักดิ์ วัชรปรีชากูล เป็นตัวแทนในการเจรจาซื้อขายยาเสพติด และได้ทำการขยายผลจนทราบว่านายทรงศักดิ์ อาศัยอยู่ในต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *