“พิธา”ลุยชัยภูมิ ถกแก้ท่วมยั่งยืน อัด”ประยุทธ”ใช้งบ 8 หมื่นล้านจัดการน้ำล้มเหลว

"พิธา"ลุยชัยภูมิ ถกแก้ท่วมยั่งยืน อัด"ประยุทธ"ใช้งบ 8 หมื่นล้านจัดการน้ำล้มเหลว

“พิธา” ลุยพื้นน้ำท่วมชัยภูมิต่อเนื่อง ถกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. การจัดการน้ำ-รับมือภัยพิบัติแบบยั่งยืน ซัด “ประยุทธ์” ใช้งบจัดการน้ำปีละ 8 หมื่นล้าน ยังรับมือไม่ได้ ลั่นอีสานจะไม่บริหารแบบหน้าแล้งขนน้ำไปหาคน หน้าฝนขนคนหนีน้ำอีกต่อไป

วันที่ 28 ก.ย.2564 ที่หน้าโรงงานกล่องเบเกอรี่ กล่องเค้ก จ.ชัยภูมิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายองค์การ ชัยบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 1 ประชุมร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิทั้ง 6 เขต ได้แก่ น.ส.นัฏฐิกา โล่ห์วีระ เขต นายปภาวินท์ ยวงทอง นายเกรียงไกร จันกกผึ้ง น.ส.พิมพ์กาญจน์ ภานุรักษ์ นางอรนุช ผลภิญโญ และนายกิตติธัช คำวงษ์

แก้น้ำท่วม

นายพิธา กล่าวว่า ตนตัดสินใจหักเลี้ยวเข้ามาจ.ชัยภูมิ จากการเดินทางในภาคอีสานหลายจังหวัด เนื่องจากห่วงประชาชนกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม และรู้สึกว่าเราไม่สามารถรอรัฐบาลได้ ผู้สมัครของเราแต่ละเขตต้องติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนเท่าที่ทำได้ สิ่งที่เราต่างจากพรรคอื่นคือการแจกของอย่างวิถีก้าวไกล เราต้องไม่ใช่แจกแค่ถุงยังชีพแบบทั่วไป เราต้องแจกของอย่างมียุทธศาสตร์ที่โอบรับความหลากหลายในวิถีก้าวไกลเพิ่มเติมด้วย เราต้องเข้าดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก นมสำหรับเด็กอ่อน ผ้าอนามัยสำหรับผู้หญิง ของใช้และสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

” รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้งบประมาณจัดการน้ำไปแล้วประมาณ 500,000 ล้าน หรือ ปีละ 80,000 ล้าน ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สามารถรับมือกับภัยธรรมชาติได้ ดังนั้นอยากให้ทีมงานทุกท่านที่อาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนในนามพรรคก้าวไกลตระหนักว่า เรื่องงบประมาณในการจัดการน้ำไม่สำคัญเท่าวิสัยทัศน์ ความเข้าใจในปัญหา การบริหารจัดการและการทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างบูรณาการ งบประมาณ จ.ชัยภูมิ 3,048 ล้านบาทในปีนี้ แต่เราเห็นอะไรบ้าง ในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม ไม่มีการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ทั้งๆ ที่เราต่างรู้อยู่ว่าฝนและพายุเกิดขึ้นในช่วงนี้ของปีทุกๆ ปี ”

สส.ชัยภูมิ

นายพิธา กล่าวอีกว่า น้ำท่วมต้องคิดเป็นระบบ ไม่ใช่แจกถุงยังชีพอย่างเดียว สิ่งที่เราควรตรวจสอบในเวลาที่ยังไม่เผชิญเหตุการณ์น้ำท่วมในฤดูแล้ง คือ มีการก่อสร้างใดบ้างที่ผิดจากที่ผังเมืองกำหนดไว้ มีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนรุกล้ำขวางทางหรือไม่ มีนายทุน มีผู้มีอิทธิพลถมดินขวางทางน้ำในพื้นที่รับน้ำหรือไม่ ระบบพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนที่แม่นยำทันสมัย เทคโนโลยีเหล่านี้รัฐบาลมีทุกอย่างอยู่ในมือ จะทำอย่างไรให้เกิดการแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบและเตรียมตัวรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ก่อนท่วมเตรียมตัวอย่างไร ระหว่างท่วมจะดูแลกันอย่างไร และหลังท่วมจะฟื้นฟูเยียวยากันอย่างไร

นายพิธา กล่าวต่อว่า แต่ตอนนี้ที่เราทำได้ คือ ระหว่างท่วมเราควรจัดหาทั้งมีพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนเข้าถึงมากที่สุด ไม่ใช่เพียงพื้นที่ที่ไม่โดนน้ำท่วม แต่ต้องปลอดภัยในเรื่องสุขภาพและอนามัยด้วย และจากนี้หลังท่วม ไม่เพียงแจกถุงยังชีพแล้วหายไปเลย ต้องช่วยชาวบ้านให้เข้าถึงการเยียวยา ฟื้นฟูจากภาครัฐอย่างเป็นธรรมด้วย เราไม่ต้องการบริหารแบบหน้าแล้งขนน้ำไปหาคน หน้าฝนขนคนหนีน้ำ ในภาคอีสานต้องไม่เป็นอย่างนี้อีกต่อไป

พิธา ลุยท่วมชัยภูมิ

” นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้สมัคร ส.ส. ถึงแนวทางบริหารจัดการน้ำ ว่า ในการจัดการน้ำแบบใหม่ เทคโนโลยีอย่างเช่น เขื่อน อาจจะโบราณไปแล้ว เมื่อภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงไป การสร้างเขื่อนอาจไม่ตรงกับจุดที่มีฝนตกชุก และรัฐควรคำนึงเสมอว่าการบริหารจัดการน้ำที่ดีต้องรบกวนดุลน้ำให้น้อยที่สุด และถ้าหากจำเป็นจะต้องสร้างเขื่อนจริงๆ ต้องมีพื้นที่ที่เหมาะสม ประชาชนมีส่วนร่วมและให้ความยอมรับ ต้องสร้างปัญหากับประชาชนน้อยที่สุด ”

ทั้งนี้นายพิธา ยังได้เน้นย้ำคณะทำงานของพรรคก้าวไกล และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ ให้เตรียมตัวล่วงหน้า ทำงานแบบบูรณาการทั้งพรรค ทั้งจังหวัดในภาคอีสาน เนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าเส้นทางน้ำจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ไหนต่อ ทีมงานผู้สมัครในจังหวัดแต่ละเขตต้องติดตามสถานการณ์น้ำและแจ้งข้อมูล แบ่งปันทรัพยากรซึ่งกันและกัน เพื่อจะดูแลพี่น้องประชาชนได้ทั่วถึงที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *